EVAT ร่วมประชุมหารือข้อเสนอเชิงนโยบายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ลงเมื่อ ต้นทางเผยแพร่ · โดย Paul
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เข้าร่วมประชุมหารือข้อเสนอเชิงนโยบายที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยคุณสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมฯ และคุณสยามณัฐ พนัสสรณ์ อุปนายกสมาคมฯ ฝ่ายนโยบายอุตสาหกรรมและสนับสนุนการลงทุน เข้าร่วมประชุม
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเป็นประธานการประชุม การประชุมนี้จัดขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และมุมมองจากภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาแนวทางพัฒนาและกำหนดทิศทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ
ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย BOI, EVAT, สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA), สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) และกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (AIC-FTI)
ในการประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการส่งเสริมการลงทุนและการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
ข้อเท็จจริงจากต้นทาง
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ร่วมประชุมหารือเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ตามข้อมูลที่สมาคมเผยแพร่ รายละเอียดข้อเสนอและหน่วยงานที่ร่วมประชุมต้องตรวจกับประกาศของสมาคม บทความข่าวสั้นประเภทนี้รายงานการเข้าร่วมประชุม ไม่ใช่เนื้อหานโยบายฉบับเต็ม
- EVAT ร่วมประชุมหารือข้อเสนอเชิงนโยบายอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แหล่ง: ประกาศของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) · 2569
- เนื้อหาข้อเสนอเฉพาะยังไม่เปิดเผยในบทความต้นฉบับ แหล่ง: บทความต้นฉบับของเว็บไซต์ · 2026-08-07
EVAT เป็นสมาคมที่ทำหน้าที่ประสานผู้ประกอบการ EV กับหน่วยงานรัฐ ข้อเสนอเชิงนโยบายของสมาคมในอดีตครอบคลุมทั้งการส่งเสริมการผลิตในประเทศ การพัฒนาโครงสร้างชาร์จ และการขยายความร่วมมือต่างประเทศ ผู้อ่านที่ติดตามทิศทางนโยบายควรติดตามประกาศทางการของสมาคม เนื่องจากบทความข่าวสั้นประเภทนี้สรุปเพียงการเข้าร่วมประชุม ไม่ใช่เนื้อหานโยบายเต็ม
สำหรับผู้ที่ติดตามนโยบายรถยนต์ไฟฟ้า ควรอ่านรายงานและเอกสารข้อเสนอจากเว็บไซต์ทางการของ EVAT ประกอบ ไม่ใช่สรุปจากข่าวการเข้าร่วมประชุมเพียงอย่างเดียว นโยบายด้าน EV มีผลต่อราคารถใหม่ มาตรการสนับสนุน และทิศทางตลาดมือสองในระยะยาว การติดตามจากแหล่งปฐมภูมิช่วยให้ข้อมูลไม่คลาดเคลื่อน